ความสัมพันธ์ไทย-ลาว

ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย - ลาว

๑. ความสัมพันธ์ด้านการเมืองและความมั่นคง

ความสัมพันธ์ไทย – ลาวอยู่ในระดับดีมาก ดำเนินไปอย่างราบรื่นใกล้ชิดบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน และมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเกื้อกูล ได้แก่ ความใกล้ชิดทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม

การเมือง กลไกความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและลาวมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเยือนไทยของนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เพื่อเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) on East Asia ครั้งที่ ๒๑ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม - ๒ มิถุนายน ๒๕๕๕ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat : JCR) ไทย - ลาว ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ จ.เชียงใหม่ การเดินทางทางเยือน สปป.ลาว ของปลัดกระทรวงการต่างประเทศในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ ๑๕ – ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ เพื่อชี้แจงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย การเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการของ
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ – ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง การเยือนประเทศไทยของนายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลาวเพื่อเข้าร่วมการหารืออย่างไม่เป็นทางการ (Foreign Ministers’ Retreat) เมื่อวันที่ ๒๗ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ (Joint Commission : JC) ไทย – ลาว ครั้งที่ ๒๐ เมื่อวันที่ ๒๕ – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ ณ จ.เชียงราย และล่าสุด การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เมื่อวันที่ ๕ – ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง นอกจากนี้ ไทยและลาวยังมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในกรอบพหุภาคี และสนับสนุนกันในเวทีระหว่างประเทศต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

การทหาร กองทัพไทย - ลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น ภายใต้กรอบคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (General Border Committee : GBC) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานร่วม และมีความร่วมมือทางวิชาการทหารและแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองบัญชาการทหารสูงสุดของ พล.ต. สุวอน เลืองบุนมี หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพประชาชนลาว เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยได้เข้าพบหารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก/หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๗ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ สปป.ลาว เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GBC ครั้งที่ ๒๒ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย นอกจากนี้ ฝ่ายลาวได้ส่งนายทหารของกองทัพเข้ารับการศึกษาหลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบกของไทย ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ จำนวน ๑ นาย และจะส่งนายทหารเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรข้างต้นและหลักสูตรวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๙ รวม ๒ นายด้วย

การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย - ลาว ไทยและลาวได้กำหนดเป้าหมายที่จะสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนให้แล้วเสร็จตลอดแนวโดยเร็ว โดยมีคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Border Commission : JBC) ไทย - ลาว เป็นกลไกกำกับดูแลการดำเนินงาน ซึ่งนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๔๐ ที่สองฝ่ายได้เริ่มสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในภูมิประเทศจริงจนถึงปัจจุบัน สามารถจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมกันได้ ๒๑๐ หลัก ระยะทางประมาณ ๖๗๖ กิโลเมตร หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ ๙๖[๑] สำหรับเขตแดนในแม่น้ำโขง ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการจัดทำแผนที่แม่น้ำโขงฉบับใหม่ร่วมกันระหว่างไทย - ลาว ล่าสุด ฝ่ายลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC ครั้งที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๒๓ – ๒๔ มกราคม ๒๕๕๘ ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว และฝ่ายไทยอยู่ระหว่างเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JBC ครั้งที่ ๑๑ ประมาณกลางปี ๒๕๕๙

การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๔ สองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งต้น ปัจจุบันหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติดไทย - ลาว มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด และได้รับผลสำเร็จในการปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติดบริเวณชายแดน นำไปสู่การจับกุมนักค้ายาเสพติดที่สำคัญ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ ฝ่ายไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านการควบคุมยาเสพติดไปประจำการที่สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ และเมื่อวันที่ ๒๖ - ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เจ้าหน้าที่ด้านยาเสพติดของ สปป.ลาว ร่วมกับผู้แทนกองทัพประชาชนลาวได้เดินทางมาศึกษา ดูงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย ทั้งนี้ สองฝ่ายจะสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดและแขวง มีการประชุมหารือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดร่วมกันเพิ่มมากขึ้นต่อไป ล่าสุด ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัด การประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไทย - ลาว ครั้งที่ ๑๕ เมื่อวันที่ ๕ – ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ ที่ จ.นครราชสีมา

การอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรของประชาชน ไทยและ สปป.ลาว มีพรมแดนติดต่อกันรวม
๑๒ จังหวัด/๙ แขวง ซึ่งสองฝ่ายได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๔๗ พำนักในประเทศได้คราวละ ๓๐ วัน และได้ร่วมมือเพื่อเปิดและยกระดับจุดผ่านแดนในพื้นที่ที่มีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ฝ่ายไทยได้เปิด
จุดผ่านแดนเพิ่มเติมอีก ๒ แห่ง ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และจุดผ่านแดนภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวร รวม ๑๙ จุด และจุดผ่อนปรนอีก ๒๙ จุด

กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการเจรจากับฝ่ายลาวเพื่อแก้ไขความตกลงว่าด้วยการข้ามแดนไทย – ลาว พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้ครอบคลุมถึงการเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร ใน ๓ ประเด็นหลัก ได้แก่ การเพิ่มวัตถุประสงค์
การข้ามแดน ขอบเขตพื้นที่ และระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนัก ตามมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
๗ เมษายน ๒๕๕๘ และ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘) เพื่อจัดระบบการจ้างคนต่างด้าวสัญชาติ เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา
ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป – กลับ หรือตามฤดูกาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายลาว

ความร่วมมือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ไทยและลาวได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็กไทย - ลาว เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ทั้งสองฝ่ายได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมและผู้ประสานงานกลาง มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก การเคลื่อนย้ายแรงงาน และสนับสนุนให้จังหวัดกับแขวงชายแดนที่มีพรมแดนติดกันมี
ความร่วมมือประสานงานกัน เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ในบริเวณชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายปรับปรุงบันทึกความเข้าใจฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดจะลงนามร่วมกันในปี ๒๕๕๙ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้การสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์พัฒนาสังคมมิตรภาพลาว – ไทย เมืองโพนโฮง แขวงเวียงจันทน์ เพื่อเป็นสถานที่พักชั่วคราวและเป็นสถานที่ฝึกอบรมอาชีพสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ก่อนที่จะส่งกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อใช้ชีวิตตามปกติ

๒. ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ

การค้า การค้าไทย - ลาวมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ในปี ๒๕๕๘ ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๑
ของลาว ขณะที่ลาวเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๒๐ ของไทย การค้าไทย - ลาว ในปี ๒๕๕๘ มีมูลค่ารวม ๕,๗๐๘.๑๔ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔.๘๗ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๗ โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า ๒,๗๖๕.๒๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกของไทยที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ เหล็ก เครื่องจักรกล อัญมณี เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าจาก สปป.ลาว ที่สำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิง สินแร่โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้า ผักและผลไม้ พืช ไม้ซุงและไม้แปรรูป

การลงทุน ไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ ๓ ในลาว รองจากจีนและเวียดนาม โดยพิจารณาจากมูลค่า
การลงทุนสะสมในช่วงปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๘ จำนวน ๙๕ โครงการ มูลค่ารวม ๑,๐๓๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสาขาสำคัญ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ขนส่งและโทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธนาคาร อุตสาหกรรมไม้แปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และหัตถกรรม ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลำดับการลงทุนของไทยตกลงหลังจากครองอันดับ ๑ มาเป็นเวลานาน อาจเป็นเพราะการลงทุนสาขาพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นการลงทุนสาขาหลักของไทยใน สปป.ลาว ที่มีมูลค่าสูงเริ่มชะลอตัว และในช่วงหลังจีนมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการสัมปทานด้านพลังงานและเหมืองแร่ขนาดใหญ่

รัฐบาลและผู้นำลาวได้แสดงความประสงค์ในหลายโอกาสให้ไทยมีบทบาทด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อกลับไปเป็นผู้ลงทุนอันดับหนึ่งตามเดิม ทั้งนี้ ไทยมีนโยบายเน้นการลงทุนที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากกว่าปริมาณ

ความร่วมมือด้านแรงงาน สองฝ่ายได้หารือร่วมกันทั้งในระดับนโยบายและระดับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยการจัดระเบียบแรงงาน
ต่างด้าวสัญชาติลาวในไทย และการนำแรงงานลาวมาทำงานในไทยโดยถูกกฎหมาย กำหนดขั้นตอนการจ้างแรงงาน และให้การคุ้มครองแรงงานสัญชาติของแต่ละฝ่ายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน ระหว่างการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว เมื่อวันที่ ๕ – ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และจะเจรจาบันทึกข้อตกลง (Agreement) ว่าด้วยการจ้างแรงงานให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๙ และกำลังดำเนินความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการแรงงานไป-กลับและตามฤดูกาลตามแนวชายแดน โดยสถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาวประจำประเทศไทยได้มีผู้ช่วยทูตด้านแรงงานมาประจำแล้ว

การท่องเที่ยว รัฐบาล สปป.ลาว ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการซึ่งเป็นสาขา
ที่สร้างรายได้ที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ช่วงเดือนมกราคม – มิถุนายน ๒๕๕๘ มีคนลาวเดินทางมาไทย ๕๖๑,๓๑๘ คน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๗๑ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี ๒๕๕๗ (๔๙๘,๐๑๔ คน) ขณะที่คนไทยเดินทางไปลาว ๕๔๐,๔๐๐ คน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔.๑๓ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี ๒๕๕๗ (๔๗๓,๔๗๕ คน) นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้เสนอให้มีความร่วมมือแบบ tourism package เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยวไทย – ลาวในภาคใต้และภาคเหนือของลาว ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวไทย – ลาว บริเวณภูชี้ฟ้า และภูชี้ดาว จ.เชียงราย และบริเวณช่องทางบ้านฮวก – กิ่วหก จ.พะเยา และได้เริ่มการศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวข้ามแดนไทย – ลาวทางน้ำที่แก่งผาได จ.เชียงราย ในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙

ไฟฟ้าและพลังงาน สองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ โดยขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เป็น ๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ภายในหรือหลังปี ๒๕๕๘ โดยที่ สปป.ลาว มีศักยภาพที่จะพัฒนาโครงการพลังงานไฟฟ้าอีกมากในขณะที่ไทยมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น สองฝ่ายจึงอยู่ระหว่างการเจรจาขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เป็น ๙,๐๐๐ เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแล้ว ๖ โครงการ รวม ๓,๕๗๘ เมกะวัตต์ได้แก่ โครงการเทิน - หินบูน (๒๕๔๑) โครงการห้วยเฮาะ (๒๕๔๒) โครงการน้ำเทิน ๒ (๒๕๕๓)โครงการน้ำงึม ๒ (๒๕๕๔) โครงการเทิน – หินบุนส่วนขยาย (๒๕๕๕) และโครงการหงสาลิกไนต์ (๒๕๕๘ - ๒๕๕๙) สำหรับโครงการที่ได้ลงนามซื้อขายไฟฟ้าแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้างมีทั้งหมด ๓ โครงการ รวม ๑,๘๔๓ เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการเซเปียน – เซน้ำน้อย (๒๕๖๒) โครงการน้ำเงี้ยบ ๑ (๒๕๖๒) และโครงการไซยะบุลี (๒๕๖๒) และอีก ๑ โครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า คือ โครงการน้ำเทิน ๑ จำนวนกำลังผลิต ๕๑๕ เมกะวัตต์ ล่าสุด ฝ่ายลาวขอรับการสนับสนุนการเพิ่มการซื้อ – ขายไฟฟ้านอกเหนือจากบันทึกความเข้าใจฯ ที่มีอยู่ โดยให้จัดทำสัญญาซื้อ – ขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพิ่มอีก ๒,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ในเบื้องต้นในลักษณะระบบต่อระบบ (Grid to Grid) ระหว่างไทย – ลาว ซึ่งฝ่ายไทยยินดีสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ต่อไป

การพัฒนาเครือข่ายคมนาคม ปัจจุบันโครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมที่ไทยให้ความช่วยเหลือแก่ สปป.ลาว มีมูลค่า ๕,๓๕๐.๓๗ ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายท่านาแล้ง – นครหลวงเวียงจันทน์ โครงการก่อสร้างถนนบ้านฮวก (จ.พะเยา) – เมืองคอบ – บ้านปากคอบ – บ้านก้อนตื้น และเมืองคอบ – เชียงฮ่อน โครงการพัฒนาถนนหมายเลข ๑๑ (R11) ช่วงครกข้าวดอ – บ้านโนนสะหวัน – สานะคาม – บ้านวัง – บ้านน้ำสัง และโครงการก่อสร้างถนนจากเมืองหงสา – บ้านเชียงแมน (เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง) และโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในนครหลวงเวียงจันทน์ และเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๗ จังหวัดหนองคาย นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และ สปป.ลาว ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองครบรอบ ๒๐ ปี สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๑ ซึ่งงานดังกล่าวมีความหมายสำคัญเป็นอย่างยิ่งและเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงกันระหว่างสองประเทศและภูมิภาค

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลาวเสนอให้ไทยพิจารณาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ ได้แก่ การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๕ (จ.บึงกาฬ – แขวงบอลิคำไซ) แห่งที่ ๖ (จ.อุบลราชธานี – แขวง
สาละวัน) แห่งที่ ๗ (จ.เลย – แขวงเวียงจันทน์) รวมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำโขงในลาวที่บ้านเชียงแมน แขวงหลวงพระบาง

สำหรับการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๕ เมื่อปี ๒๕๕๗ กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม และออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) วงเงิน ๓๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และรัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางการสนับสนุน ทางการเงินแก่ฝ่ายลาว โดยขอให้ลาวจัดลำดับโครงการสำคัญที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากไทยด้วย

๓. ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม

การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับ สปป.ลาว ในลำดับแรก โดยเฉพาะโครงการพัฒนาใน ๓ สาขาหลัก ได้แก่ การเกษตร การศึกษา และสาธารณสุข โดยคำนึงถึงความต้องการและขีดความสามารถและความพร้อมของแต่ละฝ่าย

โครงการพระราชดำริ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน ใน สปป.ลาว ส่วนหนึ่งดำเนินไปภายใต้โครงการพระราชดำริ อาทิ โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน - ห้วยซั้ว (หลัก ๒๒) หรือโครงการส่งเสริมกิจกรรมโรงเรียนวัฒนธรรมเด็กกำพร้า (หลัก ๖๗) ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ ยังมีโครงการ
แปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิ
ชัยพัฒนากับมหาวิทยาลัยจำปาสัก และโครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตร (หนองเต่า) บ้านโพนสิม
เมืองไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต

โครงการโรงเรียนเพื่อนมิตรไทย – ลาว มีโรงเรียนเพื่อนมิตรแล้ว ๑๐ โรงเรียน โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนที่โรงเรียนในแขวงชายแดนไทย - ลาว ปีละ ๒ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างอาคารหรือปรับปรุงอาคารเรียนในพื้นที่ห่างไกลจากนครหลวงหรือเมืองเอกของลาว ในปี ๒๕๕๙ กระทรวงการต่างประเทศให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนประถมสมบูรณ์บ้านหนองบง เมืองละมาม แขวงเซกอง

การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายยังวัดใน สปป.ลาว นับตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ได้มีการทอดถวายที่วัดสีมุงคุน เมืองสาละวัน แขวงสาละวัน และในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ คาดว่าจะมีการอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายที่แขวงบอลิคำไซ

๔. การเยือนและกิจกรรมของพระราชวงศ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงนำข้าราชการและนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าทัศนศึกษา สปป.ลาว (นครหลวงเวียงจันทน์และแขวงหลวงพระบาง) เมื่อวันที่
๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ ในฐานะพระอาจารย์เป็นครั้งแรก ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้น และวางรากฐานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลาวให้แก่บุคลากรกองทัพไทยในระยะยาว และ ล่าสุด ได้เสด็จฯ เยือนนครหลวงเวียงจันทน์ แขวงเวียงจันทน์ และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว เมื่อวันที่ ๘ – ๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ โดยทรงพบนายจูมมาลี ไซยะสอน ประธานประเทศ สปป.ลาว เสด็จฯ เยือนโครงการที่ไทยให้การสนับสนุนลาวด้านการเกษตรและสาธารณสุขในแขวงเวียงจันทน์และแขวงจำปาสัก อาทิ โรงเรียนวัฒนธรรมชนเผ่าและ เด็กกำพร้า หลัก ๖๗ โครงการพัฒนาด้านกสิกรรมบนพื้นที่สูง (สถานีเลี้ยงวัวหนองหิน) โรงพยาบาลเมืองปากซอง เป็นต้น นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ ทรงร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ลาว ประจำปี ๒๕๕๙ ที่สถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาวประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๙ ด้วย

๕. ความสัมพันธ์ทางการทูต

ประเทศไทยกับ สปป.ลาว สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๙๓ (ครบรอบ ๖๕ ปี/๒๕๕๘) ปัจจุบัน นายนภดล เทพพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ (รับตำแหน่งเมื่อวันที่
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) และนายดนัย กานพจน์ กงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต (รับตำแหน่งเมื่อวันที่
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) สำนักงานของไทยใน สปป.ลาว ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (ทหารบก และทหารอากาศ) และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ไปประจำการ ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ด้วย

สำหรับฝ่ายลาว ปัจจุบัน นายหลี บุนค้ำ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต สปป.ลาวประจำประเทศไทย
(รับตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๕) และนายบุญสี วงบัวสี ดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำจังหวัดขอนแก่น

* * * * *

กองเอเชียตะวันออก ๒

กรมเอเชียตะวันออก

กรกฎาคม ๒๕๕๙



[๑] เขตแดนไทย - ลาวมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๑,๘๑๐ กิโลเมตร แบ่งเป็นเขตแดนทางบก ๗๐๒ กิโลเมตร และเขตแดนทางน้ำ ๑,๑๐๘ กิโลเมตร