การตรวจลงตรา

นั้นหมายถึงการประทับตรา หรือการลงข้อความในหนังสือเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางของคนต่างชาติ หรือคนไทยที่ถือเอกสารเดินทางต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย โดยเจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อแสดงว่าผู้เดินทางนั้น ๆ ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพำนัก เดินทางผ่านและเดินทางออกจากประเทศไทย
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานของรัฐในที่นี้หมายถึง เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ตลอดจนเจ้าพนักงานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ในการตรวจลงตรานั้น เจ้าหน้าที่จะพิจารณาถึงสัญชาติของผู้ร้องขอรับการตรวจลงตราเป็นอันดับแรก จากนั้นจะพิจารณาวัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อกำหนดประเภทของการตรวจลงตราที่จะได้รับ ตลอดจน พิจารณาความถูกต้องเหมาะสมของเอกสารที่ขอรับการตรวจลงตรา
การตรวจลงตราในปัจจุบันมีอยู่ 8 ประเภท ได้แก่
- ประเภททูต (Diplomatic Visa)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำหน้าที่ทูตหรือกงสุลของประเทศผู้ส่งประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการขอ
- ประเภทราชการ (Official Visa)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ ซึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติราชการของประเทศผู้ส่งในประเทศไทย อาทิ การเข้าร่วมประชุมและอบรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการขอ
- ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ซึ่งประสงค์จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ (1) ประกอบธุรกิจ (2) ศึกษา และ (3) เหตุผลทางด้านครอบครัว ทั้งนี้ การขอรับวีซ่าประเภทนี้ มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่จะเข้า-ออกประเทศไทย (Single Entry or Multiple Entries)
- ประเภทท่องเที่ยว (Tourist Visa)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ การขอรับวีซ่าประเภทนี้ มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่จะเข้า-ออกประเทศไทย (Single Entry or Multiple Entries)
- ประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร (Transit Visa)
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านประเทศไทย เพื่อเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดหรือเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารหลักฐานการเดินทางที่ระบุวันเดือนปีที่จะเดินทางออกจากประเทศไทยมาแสดงด้วย โดยจะอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยได้ไม่เกิน 15 วันและปัจจุบัน คิดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 800 บาทต่อคน
- ประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร (Immigrant Visa)
ซึ่งเป็นการตรวจลงตรา ที่ออกให้โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. คนเข้าเมือง 2522
- ประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าง (Non-Quota Immigrant Visa)
ซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี ตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2552
- ประเภทอัธยาศัยไมตรี (Courtesy Visa)
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต ราชการและธรรมดา ซึ่งเดินทางเข้ามาเป็นแขกของรัฐบาลไทยหรือหน่วยงานราชการของไทย ทั้งนี้ ไม่คิดค่าใช้จ่าย
การขอรับการตรวจลงตราเพื่อติดต่อหรือประกอบธุรกิจ หรือเพื่อทำงาน
(Non-Immigrant Visa “B”-Business)
ต้องมีเอกสารประกอบคำร้องขอ ได้แก่
- หนังสือจากบริษัทที่จะว่าจ้างฯ ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้าง โดยเฉพาะ ตำแหน่งงาน เงินเดือน ระยะเวลาการว่าจ้าง
- หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานของคนต่างด้าว
- หนังสือรับรองการจ้าง (ตามแบบฉบับของกระทรวงแรงงาน)
- หลักฐานเกี่ยวกับบริษัทที่ว่าจ้าง เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท หรือใบทะเบียนพาณิชย์
- หนังสือรับรองการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานจากกรมการจัดหางาน หรือใบอนุญาตทำงานและรายการภาษีของคนต่างด้าว (กรณี เคยทำงานในประเทศไทยแล้ว)
การขอรับการตรวจลงตราเพื่อขอเป็นครูในโรงเรียนเอกชน
ต้องมีเอกสารประกอบดังนี้
- หนังสือรับรองการจ้างงานจากสถาบันการศึกษาในไทย
- ใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันการศึกษา
- หนังสือรับรองจากสำนักบริหารคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
- วุฒิการศึกษาและประวัติเป็นต้น
การขอรับการตรวจลงตราเพื่อขอการศึกษา ดูงานและฝึกอบรม
(Non-Immigrant Visa “ED”- Education)
ต้องมีเอกสารประกอบ ได้แก่
- หนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา
- หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบสถาบันการศึกษานั้น
- หนังสือเชิญจากหน่วยงาน ที่จัดฝึกอบรม/ดูงาน ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นคนชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีเหนือ เวียดนามและกัมพูชา ที่ประสงค์จะขอพำนักในประเทศไทยเกินกว่า 90 วัน ต้องส่งเรื่องให้ กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาก่อน
สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่สามารถให้การตรวจลงตราแก่คนสัญชาติประเทศในเอเชียใต้ และสาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่งไม่มีถิ่นพำนักถาวรอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ อย่างไรก็ดี คนชาติดังกล่าวสามารถขอรับการตรวจลงตรา (Visa on Arrival) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จุดผ่านแดนถาวรได้ ทั้งนี้ จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ 15 วัน และต้องมีเอกสารเดินทางระบุวันเดือนปีที่จะเดินทางออกจากประเทศไทยประกอบคำขอ
(ดูรายชื่อด่านตรวจคนเข้าเมืองจำนวน 32 ด่าน ที่สามารถให้การตรวจลงตราแก่ชาวต่างชาติ)
สถานกงสุลใหญ่ฯ ไม่มีอำนาจในการอนุมัติการตรวจลงตราให้กับคนสัญชาติอาหรับบางประเทศ (เลบานอน ลีเบีย ซีเรีย ซูดาน อัลจีเรีย เยเมน อียิปต์ และอิหร่าน)
ซึ่งไม่มีถิ่นพำนักถาวรในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ ทั้งนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะส่งคำร้องขอรับการตรวจลงตราไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อดำเนินการอนุมัติตามระเบียบ
สถานกงสุลใหญ่ฯ เปิดรับคำร้องขอรับการตรวจลงตราในช่วงเช้า (09.00 – 11.00 น.) ของวันทำการปกติ และจะคืนหนังสือเดินทางให้ใน ช่วงบ่าย (14.00 – 16.30 น.) ของวันทำการถัดไป
เจ้าพนักงานสถานกงสุลใหญ่ฯ มีอำนาจตามกฎหมายที่จะตรวจลงตราหรือยกเว้นการตรวจลงตราได้ โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ให้ผู้ร้องขอรับการตรวจลงตรา ตลอดจนภายหลังการยื่นขอรับการตรวจลงตราแล้ว จะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราในทุกกรณี